เล่าเรื่อง...เมืองเรา EP - 04 เล่าเรื่อง...เมืองฝาง ตอน "ล้านนา ใต้เงาพม่า" | เล่าเรื่อง เมืองเรา

เล่าเรื่อง...เมืองเรา EP - 04 เล่าเรื่อง...เมืองฝาง ตอน "ล้านนา ใต้เงาพม่า" | เล่าเรื่อง เมืองเรา

3 Video Views·Sep 16, 2023

การที่จะทำความรู้จักกับประวัติเมืองฝางนั้น เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทำความเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแผ่นดินล้านนา และการจะทำความเข้าใจเหตุการณ์ในล้านนา ก็เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องศึกษาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแผ่นดินพม่าและกรุงศรีอยุธยาไปพร้อมกัน

ปี พ.ศ.2094 “พระเจ้าบุเรงนอง” ทรงปราบดาพิเศษขึ้นเป็นกษัตริย์พม่าที่เมืองตองอู พระองค์นำทัพพม่าร่วมกับทัพมอญบางส่วนเข้าบุกตีเมืองหงสาวดี ซึ่งขณะนั้น “สมิงสอตุด” ผู้ปลงพระชนม์ “พระเจ้าตะเบงชะเวตี้” กำลังครองเมือง ศึกครั้งนี้ “พระเจ้าบุเรงนอง” ทรงได้รับชัยชนะ จากนั้นพระองค์ทรงมีนโยบายมุ่งปราบพม่าทางภาคเหนือและบรรดาหัวเมืองไทใหญ่ทั้งหลาย

ปลายปี พ.ศ.2097 ทัพ “พระเจ้าบุเรงนอง” ยกผ่านเมืองตองอูและเมืองพุกาม เข้าตีเมืองอังวะแตกในเดือนมีนาคม พ.ศ.2098 จากนั้นปี พ.ศ.2099 ทรงเคลื่อนทัพไปตีหัวเมืองไทใหญ่ และเข้าตีเมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ.2101 ปรากฏว่า “พระเจ้าเมกุฏ” กษัตริย์เมืองเชียงใหม่ในลำดับที่ 17 แห่งราชวงศ์มังราย ยอมสวามิภักดิ์ รวมถึงบรรดาหัวเมืองไทใหญ่บริเวณชายแดนจีนพม่า ก็ต่างร่วมสวามิภักดิ์ ด้วยเดชานุภาพของ “พระเจ้าบุเรงนอง” ที่แผ่ขยายพระราชอาณาเขตไปกว้างขวางทุกทิศ นโยบายการเข้าตีกำราบบรรดาหัวเมืองไทใหญ่ของพระองค์ก็ดำเนินไปในรูปแบบที่แม้แต่มหาอำนาจอย่างจีนก็ไม่อาจจะทัดทาน ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่เมืองใหญ่อย่างมณีปุระ ก็ยังส่งเครื่องบรรณาการมาถวาย

ขณะเดียวกัน ภายหลังจากพม่าได้แผ่ขยายอิทธิพลเข้ามาครอบงำดินแดนล้านนา ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับล้านนาก็เริ่มเสื่อมคลาย ขณะถูกกองทัพพม่ารุกราน บรรดาเจ้าเมืองล้านนาเคยส่งฎีกาไปขอความช่วยเหลือจากราชสำนักจีน แต่กลับถูกจีนปฏิเสธ มิได้ส่งกองทัพมาช่วยเหลือ นับแต่นั้นความสัมพันธ์ในระบบบรรณาการ ระหว่างจีนกับล้านนาจึงสิ้นสุดลง

ภายหลังจาก “พระเจ้าบุเรงนอง” ได้ครองแผ่นดินล้านนา ทรงให้ “พระเจ้าเมกุฏ” ครองเมืองเชียงใหม่ต่อไป โดยมีกองทหารพม่า 10,000 นาย ประจำการ เพื่อกำกับงานบริหารแผ่นดิน คร้ัน “พระเจ้าบุเรงนอง” เสด็จกลับ ยกทัพออกจากเชียงใหม่ ปรากฏว่า “พระเจ้าไชยเชษฐา” กษัตริย์แห่ง “ล้านช้าง-หลวงพระบาง” และในฐานะอดีตกษัตริย์ล้านนา ก็เคลื่อนทัพเข้ามายังเมืองเชียงใหม่ “พระเจ้าเมกุฏ” ไม่สามารถต้านกำลังทัพของ “พระเจ้าไชยเชษฐา” ได้ กองทัพของ “พระเจ้าบุเรงนอง” จึงต้องยกกลับมาช่วย จนทำให้กองทัพล้านช้างถอยร่น ไปรวมพลกับทัพไทใหญ่เข้ายึดเมืองเชียงแสน แต่ไม่นานกองทัพ “พระเจ้าบุเรงนอง” ก็ยกตามไปขับไล่ ทำให้ “พระเจ้าไชยเชษฐา” ต้องถอยทัพกลับหลวงพระบาง ต่อมาปี พ.ศ.2102 “พระเจ้าไชยเชษฐา” จึงทรงหันไปผูกไมตรีกับกรุงศรีอยุธยาซึ่งเป็นคู่อริกับพม่า ทั้งทรงย้ายเมืองหลวงของอาณาจักรล้านช้างจากเมืองหลวงพระบาง

กลับมาที่ฝั่งล้านนา ก็เกิดข้อพิพาทในการบริหารบ้านเมืองในฐานะประเทศราชของพม่า เพราะนอกจากล้านนาจะต้องคอยส่งส่วยไปยังกรุงหงสาวดีแล้ว ยังปรากฏว่า กองทหารพม่าได้เบียดเบียนบังคับเอาเสบียงจากชาวเมือง เพื่อไปอุดหนุนบำรุงกองทัพตน ทั้งยังเกณฑ์ผู้คนไปรับใช้กองทัพตามอำเภอใจ ในปี พ.ศ.2106 “พระเจ้าเมกุฏ” ทรงหมดความอดทน พระองค์จึงคบคิดกับพญาเมืองเชียงแสน และพญาเมืองลำปาง ร่วมกันแข็งเมืองต่อพม่า จนสามารถขับไล่เหล่าทหารพม่าออกจากแผ่นดินล้านนาไป ในปลายปี “พระเจ้าบุเรงนอง” ต้องยกทัพกลับมาปราบอีกครั้ง ทรงมีรับสั่งให้นำตัว “พระเจ้าเมกุฎ” ไปคุมขังไว้ที่กรุงหงสาวดี แล้วแต่งตั้งให้ “พระนางวิสุทธิเทวี” ซึ่งเป็นพระธิดาของ “พระเมืองเกษเกล้า” และเชื่อกันว่าทรงเป็นพระสนมของ “พระเจ้าบุเรงนอง” ขึ้นปกครองล้านนา

นอกจากนี้ “พระเจ้าบุเรงนอง” ทรงพิจารณาว่า การที่ “พระเจ้าไชยเชษฐา” กษัตริย์แห่งล้านช้าง ทรงผูกไมตรีมิตรกับกรุงศรีอยุธยา ถือว่าเป็นภัยต่อราชสำนักพม่า ดังนี้ จึงเป็นเหตุให้ “พระเจ้าบุเรงนอง” ตัดสินพระทัยที่จะกำราบ โดยทรงยกทัพเข้าตีเมืองกำแพงเพชร เมืองสุโขทัย และเมืองพิษณุโลก ซึ่งครั้งนั้น “สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช” เจ้าเมืองพิษณุโลก ทรงประเมินสถานการณ์แล้ว เห็นว่าสู้ไม่ได้ จึงยอมสวามิภักดิ์ต่อ “พระเจ้าบุเรงนอง” เป็นผลให้ “พระเจ้าบุเรงนอง” ตรัสขอพระราชธิดาและพระราชบุตรของ “สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช” ได้แก่ “พระสุพรรณกัลยา” และ “สมเด็จพระนเรศวร” ซึ่งขณะนั้นยังทรงพระเยาว์ ไปชุบเลี้ยงในลักษณะเป็นองค์ประกัน ที่กรุงหงสาวดี จากนั้นทรงยกทัพเข้าตีกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ.2107 แล้วทรงยกทัพไปบุกตีอาณาจักรล้านช้างที่เมืองเวียงจันทร์ต่อไป แต่การศึกกับล้านช้างครั้งนี้ ยังไม่ประสพผล เพราะกองทัพล้านช้างมีความแข็งแกร่งเพียงพอ จนสามารถต้านทานทัพพม่าไว้ได้

“พระเจ้าบุเรงนอง” ยังไม่ละความพยายาม ในปี พ.ศ.2113 ทรงยกทัพไปตีเมืองเวียงจันทร์เป็นครั้งที่ 2 แต่ก็ไม่สำเร็จ กระทั่งปี พ.ศ.2114 “พระเจ้าไชยเชษฐา” เสด็จสวรรคต ขณะที่ปี พ.ศ.2115 “สมเด็จพระนเรศวร” ซึ่งเดิมทรงประทับอยู่ที่กรุงหงสาวดีได้ 8 ปี ก็เสด็จกลับยังกรุงศรีอยุธยาขณะพระชนมายุได้ 17 พรรษา จากนั้นปี พ.ศ.2117 “พระเจ้าบุเรงนอง” ทรงนำทัพด้วยตนเองมาปราบอาณาจักรล้านช้างอีกคร้ังจนสำเร็จ ครั้งนั้น จึงนับได้ว่า “พระเจ้าบุเรงนอง” ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีอาณาจักรกว้างใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

ในส่วนของเจ้าผู้ครองล้านนา “พระนางวิสุทธิเทวี” ซึ่งถือเป็นเชื้อสายราชวงศ์มังรายองค์สุดท้าย ทรงเสด็จทิวงคต เมื่อปี พ.ศ.2121 “พระเจ้าบุเรงนอง” จึงโปรดให้ “พระเจ้ามังนรธาช่อ” หรือ “นรธาเมงสอ” พระราชโอรสของพระองค์ขึ้นปกครองเมืองเชียงใหม่และอาณาจักรล้านนาต่อไป

ในขณะนั้น “พระเจ้าบุเรงนอง” ก็ทรงเริ่มหยุดทำสงคราม แล้วหันมาให้ความสำคัญต่อการบริหารราชการแผ่นดิน กระทั่งพระองค์เสด็จสวรรคตในปี พ.ศ.2124 ขณะพระชนมายุได้ 66 พรรษา โดยมี “พระเจ้านันทบุเรง” พระราชโอรส ขึ้นครองราชสมบัติเป็นกษัตริย์พม่าแทน ณ บัดนั้น ความขัดแย้งในดินแดนพม่าก็เริ่มปะทุ

ขอขอบคุณผลงาน รวมเพลงบรรเลง ซึงหมู่ โดย ครูขวัญชัย พิพัฒน์พงษ์ ศรีคีตกรหริทาส KS Studio Chiang Mai
• รวมบรรเลง ซึงหมู่ เพลง...