
Ep.6 บทที่สี่: การส่งออกการปฎิวัติ - ตอน 2
2. การส่งออกการปฏิวัติไปยังแอฟริกาและลาตินอเมริกา
a. ลาตินอเมริกา
b. แอฟริกา
3. ส่งออกการปฏิวัติไปยังยุโรปตะวันออก
a. แอลเบเนีย
b. การปราบปรามของโซเวียตในยุโรปตะวันออก
4. สิ้นสุดสงครามเย็น
a. จัตุรัสแดงยังคงเป็นสีแดง
b. ภัยพิบัติแดงยังคงดำเนินต่อไป
ในช่วงการปฏิวัติทางวัฒนธรรม CCP มักอ้างคำขวัญของ คาร์ล มากซ์ ที่ว่า “ชนชั้นกรรมาชีพจะปลดปล่อยตัวเองได้ด้วยการปลดปล่อยมวลมนุษยชาติทั้งหมดเท่านั้น”
CCP เสี้ยมสอนการปฏิวัติโลก ในทศวรรษ 1960 อดีตสหภาพโซเวียตกำลังอยู่ในช่วงหดตัว
และถูกบีบบังคับให้ตัดการส่งเสริมการปฏิวัตินอกประเทศลง เป้าหมายกลายเป็นการอยู่ร่วมกับประเทศทุนนิยมตะวันตกอย่างสันติและลดการสนับสนุนขบวนการปฏิวัติในประเทศโลกที่สาม
CCP เรียกนโยบายนี้ว่า “การปฏิรูปลัทธิมากซ์ (Revisionism)” ช่วงต้นของทศวรรษ 1960 หวัง เจียเซียง เอกอัครราชทูต CCP ประจำสหภาพโซเวียตได้ยื่นข้อเสนอที่คล้ายกันแต่ถูก เหมา ติเตียนว่ามันเป็นมิตรกับกลุ่มจักรวรรดินิยม กลุ่มแนวคิดใหม่ และกลุ่มขวาจัดมากเกินไปและเป็นการไม่สนับสนุนขบวนการปฏิวัติโลกมากพอ ดังนั้น นอกจากเอเชียแล้ว เหมา ยังแข่งกับสหภาพโซเวียตในการส่งออกการปฎิวัติไปที่แอฟริกาและลาตินอเมริกา
เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2508 หลิน เปียว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของ CCP กล่าวรับรองในบทความของเขาว่า "ชัยชนะแห่งสงครามประชาชนจงยั่งยืนชั่วกาลนาน!" ช่วงน้ำขึ้นของการปฏิวัติโลกกำลังใกล้เข้ามาแล้ว
ตามทฤษฎีของเหมาที่ว่า “ปิดล้อมเมืองจากเขตพื้นที่ชนบท” (ซึ่งเป็นวิธีที่ CCP ใช้ตอนยึดอำนาจในจีน) ในบทความเปรียบอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตกเป็นเขตเมืองและมองว่าเอเชีย แอฟริกา และลาตินอเมริกาเป็นชนบท ดังนั้น การส่งออกการปฏิวัติไปยังเอเชีย แอฟริกา และลาตินอเมริกาจึงกลายเป็นงานด้านการเมืองและอุดมการณ์ที่สำคัญสำหรับ CCP
